JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0
แบบประกันชีวิต
แบบประกันบำนาญ
แบบประกันสะสมทรัพย์ (คลิกเบี้ยประกัน
เพื่อดูผลตอบแทน)
แบบประกันผู้สูงวัย
แบบประกันชดเชยรายได้
แบบประกันมะเร็ง
ประกันรถยนต์
   LINE ID:
ThaiLifeProduct  
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2014-09-23
จำนวนสมาชิก : 9 คน
ปรับปรุงเมื่อ : 2019-02-15
จำนวนครั้งที่ชม : 1,207,548 ครั้ง
Online : 22 คน
  
  
  

รอบรู้ เรื่องประกันชีวิต ประกันชีวิต...เลือกอย่างไรเหมาะ

2014-10-02 19:25:24 ใน ข่าวสาร-กิจกรรม » 0 1660

                        การประกันชีวิต มีแบบให้เลือกอยู่มากมายแล้วจะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับตัวเรา ก่อนอื่นอื่นมาทำความรู้จักก่อนว่าการประกันชีวิตในบ้านเรา   แบ่งออกเป็น 2 ชนิด, 3 ประเภท และ 4 แบบ

 
     
2 ชนิด คือ    1.มีเงินปันผล 
                   2.ไม่มีเงินปันผล


3 ประเภท คือ   1.ประเภทสามัญ เน้นกลุ่มผู้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป ทุนประกันค่อนข้างสูง
                      2.ประเภทอุตสาหกรรม ที่มีทุนประกันและเบี้ยประกันต่ำมาก เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลาง
                      3.ประเภทกลุ่ม เป็นประกันชีวิตของบริษัท ซึ่งนายจ้างจะขอทำประกันให้กลุ่มลูกจ้างหรือพนักงานภายใต้กรมธรรม์  ฉบับเดียวกัน ค่าเบี้ยประกันที่แต่ละคนต้องชำระ จะต่ำกว่าประเภทสามัญ และอุตสาหกรรมเนื่องจากมีจำนวนผู้ที่ประกันพร้อมกันเป็น จำนวนมาก


4 แบบ คือ

1.แบบชั่วระยะเวลา มีทั้งระยะสั้นระยะยาว โดยจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในระยะเวลาที่กำหนด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคุ้มครองการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร  หรือคุ้ม ครองหนี้สิน

2.แบบตลอดชีพ คุ้มครองตลอดชีพ โดยจะจ่ายเงินคืนให้ผู้รับประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต หรือจ่ายเงินคืนให้ผู้เอาประกัน เมื่อผู้เอาประกันมีอายุครบ 99 ปี เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว


3.แบบสะสมทรัพย์  คุ้มครองชีวิต และการออมเงิน โดยจ่ายเงินคืนให้ผู้รับผล ประโยชน์ เมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตหรือจ่ายเงินคืนให้ผู้เอาประกันเมื่ออยู่จนครบ สัญญา ระหว่างทางมีการจ่ายเงินปันผล เหมาะสำหรับผู้ที่ต้อง การออมเงินระยะยาว

4.แบบเงินได้ประจำหรือแบบบำนาญ บริษัทประกันจะจ่ายเงินให้เป็นงวดๆจนกว่า ผู้เอาประกันจะเสีย ชีวิต  เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสะสมเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณอายุ  โดยปัจจุบันเพิ่งจะเริ่มมีในประทศไทย  โดยเหมาะสำหรับการทดแทนเงินเดือนในกรณีที่เกษียณ และเป็นการบริหารหารจัดการ  แทนที่จะใช้เงินก้อนใช้ทีเดียวหมด ก็แบ่งรับเป็นรายเดือน

 

 

วิธีคูณรายได้(The Multiple of Earnings Method) โดยตัวเลขทวีคูณที่นิยมใช้จะอยู่ระหว่าง 3-5 เท่าของรายได้ต่อปี เช่น คุณสมศักดิ์ มีรายได้ 500,000 บาทต่อปี  ตัวเลขทวีคูณเท่ากับ 5   ดังนั้นสมศักดิ์จึงควรทำประกันด้วยทุนประกัน 2,500,000 บาท   (500,000 x 5)

วิธีวิเคราะห์ความจำเป็นทางการเงิน(The Financial Needs Analysis Method) เพื่อประมาณทุนประกันที่เหมาะสม โดยจะต้องพิจารณารายละเอียดรอบด้านทั้งในปัจจุบัน อนาคต เพื่อจะทราบความต้องการทางการเงินที่แท้จริง เริ่มจาก


ขั้นที่ 1 ประมาณความต้องการทางการเงินที่จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครอง ต้องครอบคลุมค่าใช้จ่ายและภาระทางการเงินที่คาดว่าจะเกิดขึ้นทั้งหมดได้แก่ ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ การศึกษาบุตร ครอบครัว ภาระหนี้สิน การศึกษาบุตร ค่ารักษาพยาบาล เงินฉุกเฉิน ความทุพพลภาพ การชดเชยรายได้  รวมทั้งความคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคล    

ขั้นที่ 2 ประมาณรายได้และทรัพยากรทางการเงินทั้งหมดที่มี ช่น เงินออม เงินลงทุน ผลตอบแทนผลประโยชน์ต่างๆ  รวมทั้งสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทั้งหมด  โดยระยะเวลาในการประมาณการรายจ่ายและรายได้ต้องสอดคล้องกัน

ขั้นที่ 3 คำนวณทุนประกัน ให้คำนวณทุนประกันที่เหมาะสมได้จากสูตร


 


         หลักง่ายๆ ก็คือทำประกันคุ้มครองในส่วนที่เราคาดว่ารายได้หรือรายรับของเราไม่พอดีกับรายจ่ายนั่นเอง เพื่อที่ไม่ให้การทำประกัน เป็นภาระติดตัว คือ ให้ทำแบบพอดี  ไม่ใช่ทำด้วยทุนประกันเยอะๆ แล้วต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันปีละมากๆ จนต้องล้มเลิกกลางคัน ดูตัวอย่างการคำนวณทุนประกันด้วยวิธีนี้

 

        คุณทราบหรือไม่... จำนวนเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายในแต่ละปีขึ้นอยู่กับวงเงินทุนประกันหรือวงเงินคุ้มครองที่คุณต้องการ การทำประกันชีวิตในวงเงินคุ้มครองที่สูงเกินไป จะทำให้คุณ มีภาระค่าเบี้ยประกันชีวิตสูงตามไปด้วย ดังนั้น เพื่อไม่ให้การจ่ายเบี้ยประกันชีวิตต้องเป็นภาระทางการเงินมากเกินไปนัก คุณอาจใช้เกณฑ์เบื้องต้นดังนี้

 

         จากตัวอย่างก่อนหน้านี้ คุณสมศักดิ์มีรายได้ 500,000 บาท/ปี แสดงว่าสมศักดิ์ไม่ควรจ่ายเบี้ยประกันชีวิตเกินปีละ 50,000 บาท ทั้งนี้ จะต้องพิจารณาภาระทางด้านการเงินด้านอื่นๆประกอบด้วย หากมีภาระหนี้สินและภาระค่าใช้จ่ายสูงอยู่แล้ว ก็ให้ปรับลดวงเงินประกันตามความเหมาะสม สำหรับการทำประกันชีวิตที่เป็นสัญญาระยะยาวตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป รัฐบาลอนุญาตให้นำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

ที่มา: www. tsi-thailand.org